Showing posts with label ลดความอ้วน. Show all posts
Showing posts with label ลดความอ้วน. Show all posts

เคยมั้ย? ที่ลดความอ้วนโปรแกรมเดียวกับเพื่อน แต่น้ำหนักไม่ลดเท่าเพื่อน

ต้องยอมรับว่าคนเราทุกคนล้วนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น สภาวะทางร่างกาย พฤติกรรมการกิน โรคประจำตัว การใช้ยา อารมณ์ ความเครียด ฯลฯ ดังนั้นแผนการควบคุมอาหาร เทคนิคการบำบัด สูตรอาหารลดน้ำหนัก คำแนะนำ หรือโปรแกรมการออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่งที่ช่วยให้บางคนลดน้ำหนักได้ อาจไม่เหมาะหรือไม่มีผลใดๆ กับอีกคนหนึ่งก็ได้


แต่ไม่ใช่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่มีทางแก้ไขเลยทีเดียว การที่จะมีโปรแกรมการควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลและเหมาะสมสำหรับคุณ ในขั้นแรกคุณต้องเริ่มสำรวจตัวเองก่อน โดยการจดบันทึกพฤติกรรมของคุณอย่างละเอียด เช่น คุณชอบทานประเภทแป้ง น้ำตาล (เค้ก ขนมหวาน) คุณชอบทานอาหารประเภทของทอด ของมัน อาหารแต่ละมื้อคุณทานในปริมาณที่มาก คุณชอบรับประทานขนมขบเคี้ยวตลอดทั้งวัน คุณรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อย คุณมีพฤติกรรมการเว้นอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง คุณเลือกรับประทานอาหารว่างที่มีปริมาณแคลอรี่สูง คุณทานเพื่อระบายอารมณ์ความรู้สึก คุณมีระบบการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายต่ำ คุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย พฤติกรรมการออกกำลังกาย ฯลฯ


สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมในอดีต ปัจจุบัน รวมทั้งอนาคตได้ ยิ่งคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้สึกควบคุมตัวเองในการลดน้ำหนักได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะคำตอบที่ได้จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการวางแผนโปรแกรม ควบคุมน้ำหนักของคุณโดยเฉพาะ ที่เหมาะสมกับตัวคุณอย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า personalized solution นั่นเอง

ทานมื้อเช้าให้อิ่มๆ เพื่อลดความอ้วนอย่างไม่โยโย่








ทานมื้อเช้าให้อิ่มๆ เพื่อลดความอ้วนอย่างไม่โยโย่
คนทำงานหลายๆคนมักจะไม่ทานข้าวเช้า เพราะต้องรีบออกไปทำงาน แต่ทราบมั้ยคะว่า การทานข้าวเช้าที่มีทั้งแป้งและโปรตีนให้อิ่มๆ จะมีผลกับการลดน้ำหนักในระยะยาวที่ดีกว่า และช่วยให้ไม่โยโย่ด้วยค่ะ การวิจัยของ Virginia Commonwealth University นี้ มีผู้ร่วมอยู่ทั้งหมด 94 คน ซึ่งทุกคนเป็นผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ไม่ค่อยออกกำลังกาย และเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 30กว่าๆ ผู้ร่วมวิจัยถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม:
กลุ่ม แรกจะต้องทานอาหารที่มีแป้งน้อย (low carbohydrate diet) และให้ทานมื้อเช้าแค่ 290 แคลอรี่เท่านั้น ซึ่งก็จะประกอบด้วย นม 1 แก้ว ไข่ 1 ฟอง เบคอน 3 แผ่น และ เนย 2 ช้อนชา ผู้ร่วมวิจัยในกลุ่มนี้ทานอาหารประมาณ 1,085 แคลอรี่ต่อวัน
ทั้ง 2 กลุ่มทำตามสูตรลดน้ำหนักนี้อยู่ 4 เดือน แล้วค่อยปรับเป็น maintenance phase หรือช่วงที่คุมน้ำหนักให้คงที่อีก 4 เดือน ใน 4 เดือนแรก กลุ่มที่ทานข้าวเช้าน้อยๆลดน้ำหนักได้เยอะกว่า (28 ปอนด์เทียบกับ 23 ปอนด๋) แต่หลังจาก maintenance phase กลุ่มที่ทานข้าวเช้าน้อยๆกลับมีน้ำหนักเพิ่มกลับขึ้นมาอีก 18 ปอนด์ ในขณะที่กลุ่มที่ทานข้าวเช้าให้เต็มอิ่มกลับน้ำหนักลดลงเรื่อยๆอีก 16.5 ปอนด์

สรุป คือ กลุ่มที่ทานข้าวเช้าน้อยๆ และหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งเป็นกลุ่มที่โยโย่ แต่กลุ่มที่ทานข้าวเช้าให้เต็มที่และ เน้นที่จำกัดปริมาณแคลอรี่แต่ไม่จำกัดกลุ่มอาหาร กลับลดน้ำหนักได้เยอะกว่าและไม่มีการโยโย่เลยค่ะ ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำทุกคนที่พยายามลดน้ำหนักมาครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ลองมาทานข้าวเช้าที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และควรทานให้อิ่ม เพื่อที่จะไม่หิวโซจนทานมากกว่าที่ควรระหว่างวันนะคะ

ที่มา:GNC